สวัสดิการสมาชิก

1. การสงเคราะห์สมาชิกผู้ประสบภัย 2. การสงเคราะห์สมาชิกผู้ถึงแก่กรรม 3. การจ่ายเงินบำเหน็จสมาชิก 4. โครงการประกันชีวิตและอุบัติเหตุหมู่ 5. สวัสดิการพิเศษอื่น ๆ 6. การมอบทุนส่งเสริมการศึกษาของสมาชิกและบุตรสมาชิกประจำปี


1. การสงเคราะห์สมาชิกผู้ประสบภัย
สมาชิกที่ประสบภัยจนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหายหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส จะยื่นขอรับการสงเคราะห์จากสหกรณ์ ฯ ได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประสบภัย โดยต้องมีหลักฐานประกอบพิจารณา ดังนี้
     1. คำร้องขอรับเงินสงเคราะห์สมาชิกผู้ประสบภัย
     2. สำเนาทะเบียนบ้าน
     3. หนังสือประเมินราคาทรัพย์สินซึ่งรับรองโดยผู้บังคับบัญชา
     4. ภาพถ่ายทรัพย์สินที่เสียหาย
     5. ใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบัน เฉพาะกรณีประสบภัยและได้รับอันตราย
     6. บันทึกประจำวัน และรายงานการสอบสวนของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่เกิดเหตุ เช่น กรณีอุบัติเหตุหรืออัคคีภัย
     7. เอกสารหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เสียหาย
การพิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์สมาชิกผู้ประสบภัยจะจ่ายให้ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
     - กรณีประสบภัยเกี่ยวกับทรัพย์สินที่อยู่อาศัยเป็นเหตุให้วัสดุก่อสร้างที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายบางส่วนหรือทั้งหลัง สหกรณ์ฯ จะให้การสงเคราะห์
ไม่เกินหลังละ 40,000 บาท

     - กรณีทรัพย์สินที่จำเป็นแก่การครองชีพเสียหาย สหกรณ์ฯ จะให้การสงเคราะห์ ดังนี้
     (1) ค่าเครื่องนุ่งห่มสำหรับผู้เสียหายและบุคคลในครอบครัว คนละ 2,500 บาท แต่รวมแล้วไม่เกิน 10,000 บาท
     (2) ค่าเครื่องครัวหรือเครื่องประกอบอาชีพตามปกติที่ได้รับความเสียหาย ไม่เกิน 10,000 บาท
     (3) ค่าเครื่องนอน เช่น ผ้าห่ม เสื่อ มุ้ง สำหรับผู้เสียหายและบุคคลในครอบครัวไม่เกิน 10,000 บาท
     - กรณีได้รับอันตรายแก่ร่างกายเป็นเหตุให้ต้องนอนพักรักษาตัวตามความเห็นแพทย์หรือนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ให้การสงเคราะห์ในอัตราวันละ 250 บาท
แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 50,000 บาท

     - กรณีได้รับอันตรายแก่ร่างกายจนเป็นเหตุให้สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ
     (1) สูญเสียนิ้วมือตั้งแต่โคนนิ้ว ให้การสงเคราะห์นิ้วละ 5,000 บาท
     (2) สูญเสียนิ้วชี้ตั้งแต่โคนนิ้วและนิ้วหัวแม่มือตั้งแต่โคนนิ้วของมือข้างเดียวกันให้การสงเคราะห์ 15,000 บาท
     (3) สูญเสียนิ้วมือตั้งแต่ข้อมือ ให้การสงเคราะห์ข้างละ 30,000 บาท
     (4) สูญเสียเท้าตั้งแต่ข้อเท้า ให้การสงเคราะห์ข้างละ 30,000 บาท
     (5) ตาบอด ให้การสงเคราะห์ข้างละ 30,000 บาท
     (6) สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ให้การสงเคราะห์ไม่เกิน 100,000 บาท
     - กรณีสมาชิกผู้ประสบภัยได้รับอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายอันเนื่องมาจากต้องเสี่ยงอันตรายโดยตรงขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือปฏิบัติหน้าที่ของสหกรณ์
หรือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลเมืองดีคณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติเงินสงเคราะห์พิเศษ นอกเหนือจากให้การสงเคราะห์ได้ดังนี้

     (1) การประสบภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปกติทั่วไป กรณีเสียชีวิตให้ได้รับเงินสงเคราะห์พิเศษภายในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท กรณีบาดเจ็บให้ได้รับเงินสงเคราะห์พิเศษ
ภายในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท

     (2) การประสบภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ความรุนแรง กรณีเสียชีวิตให้ได้รับเงินสงเคราะห์พิเศษภายในวงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท กรณีบาดเจ็บ
ให้ได้รับเงินสงเคราะห์พิเศษภายในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท


2. การสงเคราะห์สมาชิกผู้ถึงแก่กรรม
     สหกรณ์ฯ จะจ่ายเงินช่วยเหลือค่าจัดการงานศพเมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม รายละ 10,000 บาท และเงินค่าพวงรีดงานศพ 1,000 บาท ทันทีที่สหกรณ์ได้รับหลักฐาน ดังนี้
     1. หนังสือจากต้นสังกัด
     2. สำเนาใบมรณะบัตร
     สำหรับสมาชิกที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจากสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิต ตามโครงการประกันชีวิตและอุบัติเหตุหมู่ (อายุเกิน 70 ปี) เมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม
ให้ผู้รับโอนประโยชน์ที่สมาชิกตั้งตามหนังสือตั้งผู้รับโอนประโยชน์ที่ให้สหกรณ์ฯ ไว้ หรือทายาท กรณีที่ไม่ได้ตั้งผู้รับโอนประโยชน์ไว้ ยื่นคำร้องขอรับการสงเคราะห์
ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ถึงแก่กรรม โดยต้องมีหลักฐานประกอบการพิจารณา ดังนี้

     1. คำร้องขอรับการสงเคราะห์สมาชิกผู้ถึงแก่กรรม
     2. สำเนาใบมรณะบัตร
     3. สำเนาบัตรประจำตัวของสมาชิกผู้ถึงแก่กรรม
     4. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับโอนประโยชน์ หรือทายาท แล้วแต่กรณี
     5. สำเนาทะเบียนบ้านของสมาชิกผู้ถึงแก่กรรม (แจ้งตายแล้ว)
     6. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับโอนประโยชน์ หรือทายาท แล้วแต่กรณี
หลักเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์สมาชิกผู้ถึงแก่กรรมที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจากสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิตตามโครงการประกันชีวิตและอุบัติเหตุหมู่ มีดังนี้
     (1) เป็นสมาชิกไม่ครบ 1 ปี ให้การสงเคราะห์ 12,500 บาท
     (2) เป็นสมาชิก 1 ปี แต่ไม่ครบ 5 ปี ให้การสงเคราะห์ 25,000 บาท
     (3) เป็นสมาชิก 5 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ให้การสงเคราะห์ 37,500 บาท
     (4) เป็นสมาชิก 10 ปี แต่ไม่ครบ 15 ปี ให้การสงเคราะห์ 50,000 บาท
     (5) เป็นสมาชิก 15 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ให้การสงเคราะห์ 62,500 บาท
     (6) เป็นสมาชิก 20 ปี แต่ไม่ครบ 25 ปี ให้การสงเคราะห์ 75,000 บาท
     (7) เป็นสมาชิก 25 ปี แต่ไม่ครบ 30 ปี ให้การสงเคราะห์ 87,500 บาท
     (8) เป็นสมาชิก 30 ปีขึ้นไป ให้การสงเคราะห์ 100,000 บาท

3. การจ่ายเงินบำเหน็จสมาชิก
     คณะกรรมการดำเนินการฯ ได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินสมาชิกขึ้นถือใช้ตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการตอบแทนและเป็นขวัญกำลังใจ
แก่สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ที่มีอายุการเป็นสมาชิกติดต่อกันเป็นระยะเวลาอันยาวนาน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกเป็นสมาชิกจนครบอายุ 60 ปี

คุณสมบัติของสมาชิกผู้ขอรับเงินบำเหน็จ
     1. อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือถึงแก่กรรมระหว่างที่เป็นสมาชิกอยู่
     2. เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ มาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี ติดต่อกัน
     3. มีเงินทุนเรือนหุ้นไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท ก่อนวันขอรับเงินบำเหน็จไม่น้อยกว่า 360 วัน สมาชิกคนหนึ่งมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จเพียงครั้งเดียว
สมาชิกผู้มีสิทธิและประสงค์จะขอรับเงินบำเหน็จสมาชิก ให้ยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จต่อประธานกรรมการ พร้อมแนบหลักฐานประกอบ ดังนี้
     1. คำร้องขอรับสวัสดิการบำเหน็จสมาชิก
     2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
     3. สำเนาทะเบียนบ้าน
กรณีสมาชิกถึงแก่กรรมและมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ สหกรณ์ฯ จะแจ้งให้ผู้รับโอนประโยชน์ทราบเพื่อยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จ โดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องแนบหลักฐานประกอบ ดังนี้
     1. คำร้องขอรับสวัสดิการบำเหน็จสมาชิก
     2. สำเนามรณะบัตรของสมาชิกผู้ถึงแก่กรรม
     3. สำเนาทะเบียนบ้านของสมาชิกผู้ถึงแก่กรรม
     4. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับโอนประโยชน์
     5. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับโอนประโยชน์
การจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่สมาชิก คิดจากหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ประกอบกัน (ก.+ข.)
ก. คิดตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก
     1. เป็นสมาชิกมาแล้ว 20 ปีเต็ม ได้รับบำเหน็จ 10,000 บาท
     2. ระยะเวลาการเป็นสมาชิกในส่วนที่เกิน 20 ปี คิดให้ปีละ 500 บาท เศษของปีถ้าเกิน 6 เดือนให้คิดเป็น 1 ปี
ข. คิดตามจำนวนทุนเรือนหุ้น
     150,000 บาท – 200,000 บาท ได้รับเงินบำเหน็จ 2,500 บาท
     200,001 บาท – 250,000 บาท ได้รับเงินบำเหน็จ 3,000 บาท
     250,001 บาท – 300,000 บาท ได้รับเงินบำเหน็จ 3,500 บาท
     300,001 บาท – 350,000 บาท ได้รับเงินบำเหน็จ 4,000 บาท
     350,001 บาท – 400,000 บาท ได้รับเงินบำเหน็จ 4,500 บาท
     400,001 บาท – 450,000 บาท ได้รับเงินบำเหน็จ 5,000 บาท
     450,001 บาท – 500,000 บาท ได้รับเงินบำเหน็จ 5,500 บาท
     ตั้งแต่ 500,001 บาทขึ้นไป ได้รับเงินบำเหน็จ 6,000 บาท

4. โครงการประกันชีวิตและอุบัติเหตุหมู่
     สหกรณ์ฯ ได้จัดทำโครงการประกันชีวิตและอุบัติเหตุหมู่ให้สมาชิกทุกคนที่มีอายุไม่เกิน 70 ปี
ในวงเงินเอาประกัน 100,000 บาท โดยสหกรณ์ฯ เป็นผู้จ่ายค่าเงินค่าเบี้ยประกันให้สมาชิกทุกคน และสมาชิกสามารถเลือกวงเงินประกันเพิ่มเติมได้เป็นวงเงิน 200,000 บาท
ถึง 1,000,000 บาท หรือจัดทำประกันให้ 
คู่สมรส / บุตร / บิดา / มารดา ตลอดจนข้าราชการ / ลูกจ้าง สังกัดกรมการปกครองที่มิใช่สมาชิกสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ
ก็จะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของโครงการ
ระยะเวลาคุ้มครอง 1 มกราคม 2553 - 31 ธันวาคม 2554 ในปี 2553 – 2554 บริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้ดำเนินโครงการ ประกันชีวิตและอุบัติเหตุหมู่ร่วมกับสหกรณ์ ฯ ได้แก่ บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำกัด
บุคคลที่ได้รับการคุ้มครอง
     1. สมาชิกทุกคน ยกเว้นผู้ที่อายุเกิน 70 ปีบริบูรณ์ ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2553 หากมีอายุเกิน 70 ปี
ไม่เกิน 85 ปี สามารถเขาร่วมโครงการได้โดยต้องชำระค่าเบี้ยประกันส่วนที่เกินจากที่สหกรณ์ ฯ ออกให้
     2. บิดา/มารดา ของสมาชิกที่สมัครเข้าร่วมโครงการ
     3. คู่สมรสของสมาชิกที่สมัครเข้าร่วมโครงการ
     4. บุตรของสมาชิกที่สมัครเข้าร่วมโครงการ
     5. ข้าราชการ / ลูกจ้าง กรมการปกครองที่ไม่ใช่สมาชิก แต่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ ในระหว่างปี หากสมาชิกหรือผู้เข้าร่วมโครงการประสบอุบัติเหตุทำให้สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ป่วย อุบัติเหตุ ถูกฆาตกรรม ขอให้ต้นสังกัดหรือครอบครัวของสมาชิกหรือผู้เข้าร่วมโครงการ รีบติดต่อมายังสหกรณ์ ฯ เพื่อดำเนินการเรียกร้องขอรับเงินสินไหมต่อไป

เอกสารประกอบการขอรับเงินสินไหม
กรณีสูญเสียอวัยวะ / ทุพพลภาพ
    1. แบบเรียกร้องสินไหมทดแทน
    2. รายงานการรักษาของแพทย์
    3. สำเนาบัตรประจำตัวของสมาชิก หรือผู้เข้าร่วมโครงการ
    4. สำเนาทะเบียนบ้านของสมาชิก หรือผู้เข้าร่วมโครงการ
    5. สำเนาบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

กรณีเสียชีวิต
    1. แบบเรียกร้องเงินสินไหม
    2. สำเนาใบมรณะบัตร
    3. สำเนาบัตรประจำตัวของสมาชิก หรือผู้เข้าร่วมโครงการ
    4. สำเนาบัตรประจำตัวของทายาท
    5. สำเนาทะเบียนบ้านของสมาชิก หรือผู้เข้าร่วมโครงการ ที่ได้แจ้งตายแล้ว
    6. สำเนาทะเบียนบ้านของทายาท
    7. รายงานการรักษาของแพทย์ (กรณีที่มีการรักษาก่อนเสียชีวิต)
    8. สำเนาบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ (กรณีอุบัติเหตุ, ฆาตกรรม, ฆ่าตัวตาย)
    9. สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพ (กรณีอุบัติเหตุ, ฆาตกรรม, ฆ่าตัวตาย)
วงเงินเอาประกัน 100,000 บาท คือ วงเงินเริ่มต้นที่สหกรณ์ ฯ จ่ายค่าเบี้ยประกันแทนสมาชิกทุกคน ส่วนวงเงินเอาประกันที่เกินกว่า 100,000 บาท หมายถึง วงเงินที่สมาชิกหรือผู้เข้าร่วมโครงการต้องการวงเงินเอาประกันสูงขึ้น โดยสมาชิกหรือผู้เข้าร่วมโครงการเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันในส่วนที่เกินกว่าวงเงินเอาประกัน 100,000 บาท นั้นเอง

5. สวัสดิการพิเศษอื่น ๆ
การคลอดบุตร
    1. ให้เพื่อรับขวัญบุตรที่คลอดใหม่ซึ่งเป็นบุตร โดยชอบด้วยกฎหมายของสมาชิกเป็นเงิน 1,000 บาท
    2. สมาชิกมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเพียงครั้งเดียว และให้สมาชิกเป็นผู้ยื่นคำขอต่อสหกรณ์ ในกรณีที่บิดาและมารดาเป็นสมาชิกให้มารดาเป็นฝ่ายที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการ
    3. ให้สมาชิกผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการยื่นคำขอต่อสหกรณ์พร้อมแนบสำเนาสูติบัตรภายใน 90 วัน นับแต่วันที่เกิด
การสมรส
    1. ให้เป็นเงินขวัญถุงแก่สมาชิกที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายคนละ 1,000 บาท
    2. สมาชิกมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเพียงครั้งเดียว
    3. ให้สมาชิกผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการยื่นคำขอต่อสหกรณ์พร้อมแนบสำเนาทะเบียนสมรส ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ทำการสมรส
การศาสนา
    1. ให้เพื่อเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติกิจทางศาสนาในการอุปสมบทตามหลักศาสนาพุทธหรือบวชชีตามหลักศาสนาพุทธ หรือในการประกอบ
พิธีฮัจย์ตามหลักศาสนาอิสลาม ณ นครเมกกะ หรือในการปฏิบัติกิจสำคัญตามหลักศาสนาอื่น เป็นเงิน 1,000 บาท
    2. สมาชิกมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเพียงครั้งเดียว
    3. ให้สมาชิกผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการยื่นคำขอต่อสหกรณ์พร้อมแนบสำเนาหนังสือลาอุปสมบทหรือลาบวชชีจากหน่วยงานต้นสังกัด หรือสำเนาหนังสือรับรองการบวช หรือหนังสือรับรองจากหัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ทางการของประเทศไทย และหลักฐานที่แสดงว่าได้ปฏิบัติกิจสำคัญตามหลักศาสนาตามแต่กรณี ภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นสุดการปฏิบัติกิจทางศาสนา
การจัดงานศพบิดามารดา คู่สมรส และบุตรของสมาชิก
    1. ให้เพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลกรณีบิดาหรือมารดาซึ่งเป็นบุพการี คู่สมรสตามกฎหมาย และบุตรซึ่งเป็นผู้สืบสันดานของสมาชิกถึงแก่กรรมเป็นเงิน 1,000 บาท
    2. ให้สมาชิกผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการต้องยื่นคำขอต่อสหกรณ์พร้อมแนบสำเนามรณบัตรของบิดา หรือมารดา หรือคู่สมรส หรือบุตร
ที่ถึงแก่กรรม และสำเนาทะเบียนบ้านของสมาชิกภายใน 90 วัน นับแต่วันที่บิดา หรือมารดา หรือคู่สมรส หรือบุตร ถึงแก่กรรม
การสำเร็จการศึกษา
    1. ให้เพื่อร่วมแสดงความยินดีแก่สมาชิกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีซึ่งเป็นปริญญาใบแรก เป็นเงิน 1,000 บาท
    2. ให้สมาชิกผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการยื่นคำขอต่อสหกรณ์พร้อมแนบสำเนาปริญญาบัตรหรือสำเนาหลักฐานแสดงผลการสำเร็จการศึกษาภายใน 1 ปี นับแต่วันที่สำเร็จการศึกษา

6. การมอบทุนส่งเสริมการศึกษาของสมาชิกและบุตรสมาชิกประจำปี
โดยคณะกรรมการจัดสรรเงินกองทุนสวัสดิการสมาชิกและครอบครัวของสหกรณ์เป็นประจำทุกปี โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้
    6.1 ทุนส่งเสริมการศึกษาของสมาชิก ระดับปริญญาบัณฑิต ระดับปริญญามหาบัณฑิต และระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต
    6.2 ทุนส่งเสริมการศึกษาบุตรของสมาชิก ระดับประถมศึกษา – ระดับปริญญาบัณฑิต
    6.3 ทุนส่งเสริมการศึกษาบุตรของสมาชิก กรณีได้รับรางวัลหรือประกาศนียบัตรยกย่องชมเชยในระดับประเทศ/นานาชาติ
    6.4 ทุนส่งเสริมการศึกษาสมาชิกและบุตรสมาชิกในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสงขลา เฉพาะพื้นที่อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี
และอำเภอสะบ้าย้อย

อ่าน 48643 ครั้ง